micky o micky View my profile

FIC-In-the-shadow-of-the-stars

In the shadow of the stars.[2]

posted on 26 Aug 2009 09:37 by mickyomicky  in FIC-In-the-shadow-of-the-stars

FIC : In the shadow of the stars - ชีวิตต่อชีวิต 

chapter 2

Author: micky O micky
Couple: 2U 

Summary: หลายคนคงจะงงกับตอนแรกไปแล้ว อ่านตอนนี้ก็คาดว่าน่าจะงงต่อไป เอ๊ะ !! ยังไง ต้องอ่านดีๆนะคะ ไม่งั้นอาจจะเกิดอาการงงและไม่เข้าใจ เพราะเนื้อเรื่องมันออกจะซับซ้อนเล็กน้อย  อ่อ ตอบน้องๆนิดนึง ที่ถามว่า เด็กที่อยู่กับซอนมีจะรอดหรือเปล่า ? ใครที่เข้าใจว่าเด็กอีกคนยังอยู่กะ ซอนมี ขอบอกว่าเข้าใจผิดแล้วนะคะ เพราะว่า ยอนชู อุ้มไว้หนึ่ง แล้วคว้าจากอกซอนมี ไปอีก หนึ่งค่ะ แสดงว่า เด็กทารกทั้งสองคน ยอนชู พาหนีไปทั้งหมดจ้า !!

ถ้ามีอะไรสงสัยอีกถามได้น้า อาจจะเพราะพี่แต่งไม่เคลียร์เอง น้องๆเลยงงกัน ฮา แต่อย่าถามจนพี่งงเองน้า ==' ก่อนเริ่มเนื้อเรื่องตอนนี้ ขอแนะนำตัวละครก่อนแล้วกันนะคะ  ฮ่าๆๆ แอบอยากมีพลังแบบไหนกันก็บอกด้วยน้า !!!

*

*

*

 

แนะนำตัวละคร

Yunho

ชอง ยุนโฮ  บุตรชายของท่านแม่ทัพชอง แม่ทัพใหญ่ของวังหลวง  ผู้กำชัยชนะในทุกศึก แม้ท่านแม่ทัพจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่ความสามารถในการรบจัดว่าไม่มีผู้ใดเทียบได้ ภรรยาท่านแม่ทัพชอง ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขา ชอง ยุนโฮ บุตรชายของท่านแม่ทัพกำเนิดในช่วงเวลาตะวันอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับพลังวิเศษที่ไม่อาจคาดเดาได้  มีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพและเป็นผู้ที่พระราชาแต่งตั้งเป็นคู่ครองของโอรสตน

Yuchun

ปาร์ค ยูชอน หนึ่งในสองทารกที่เกิดในยามราตรี พร้อมกับพลังที่สามารถเหยียบย่างความฝันของผู้อื่นได้ในห้วงราตรีอันยาวนาน และสามารถกระชากเอาจิตวิญญาณของผู้ที่ถูกเขาล้วงล้ำในห้วงฝันออกมาได้โดยที่ผู้นั้นจะไม่มีวันลืมตาตื่น จะมีก็เพียงร่างและลมหายใจที่ยังนิทรารอความตาย  ปาร์ค ยูชอนนั้นเกือบถูกทหารของวังหลวงคร่าชีวิตเสียตั้งแต่ยังมิได้ลืมตา แต่ผู้เป็นพ่อได้พาหนีมาเสียก่อน

Changmin

ชางมิน ผู้ทรงอำนาจที่หลายคนหวั่นเกรง เพียงแค่สบตาก็สามารถปลิดลมหายใจของอีกฝ่ายได้อย่างไม่รู้ตัว ผู้ที่มีกลิ่นอายของมัจจุราชปกคลุมอยู่รอบกาย ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงอดีตของผู้ทรงอำนาจใต้เงาแห่งมัจจุราชผู้นี้

Jaejoong

ปาร์ค แจจุง อีกหนึ่งทารกที่ซอนมีให้กำเนิดในยามราตรี  ควบคุมนภายามรัตติกาลได้ดั่งใจ เกือบโดนทหารของวังหลวงคร่าชีวิตแล้วเช่นกันถ้า ยอนชูไม่เสี่ยงตายพาชีวิตน้อยๆของลูกรักหนีจากเงื้อมมือของกษัตริย์ใจโหดเสียก่อน

Junsu

องค์ชายจุนซู โอรสเพียงองค์เดียวของพระราชาผู้ทรงอำนาจเหนือผู้ใด จุนซู นั้นเปรียบเสมือนหมอเทวดาก็ว่าได้ ด้วยพลังอันแสนวิเศษที่สามารถดูดซับเอาพลังชีวิตจากรอบกายมาชุบชีวิตของผู้ที่หมดลมหายใจให้ฟื้นคืน เป็นบุตรชายที่กษัตริย์ทรงรักและหวงแหนเป็นอย่างยิ่งและแทบไม่เคยให้ออกจากวังถ้าไม่มีรองแม่ทัพอย่างยุนโฮติดตาม

*

*

*

 

                เสียงกระหืดหอบที่แทบจะฉีกเอาก้อนเนื้อในอกแยกออกเป็นส่วนนั้นดังก้องทั่วป่าดิบชื้น มัดกล้ามที่เกิดจากการตรากตรำงานหนักโอบกอดเด็กทารกเพศชายทั้งสองไว้อย่างมั่นคงทั้งๆที่ดวงตาและดวงจิตหวาดหวั่นถึงที่สุด หยาดเลือดซึมไหลตามรอยแตกระแหงใต้ฝ่าเท้าที่บัดนี้ฝางที่ถูกนำมาสานต่างรองเท้านั้นหลุดรุ่ยและฉีกขาดแต่ยอนชูก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดนั่นเท่าไหร่

                สองวันสองคืนมาแล้วที่เขาหลบหลีกการไล่ล่าของเหล่าทหาร ตอนนี้ทั่วเมืองต่างติดประกาศว่าตนนั้นเป็นผู้ก่อกบฏร้ายแรงที่กำลังหลบหนีทางการ หากผู้ใดพบให้แจ้งกับทางการหรือสามารถสังหารได้ทันทีแล้วนำศพของเขากับทารกทั้งสองมาขึ้นรางวัล

                ทำให้ในยามนี้ ยอนชู มิได้หลบหนีแต่ทหารเพียงอย่างเดียว แต่เขากลับต้องหนีพวกที่เคยเป็นพวกพ้องกับผู้คนที่หิวกระหายในรางวัลอันแสนมหาศาลนักสำหรับพวกชาวบ้านธรรมดา ทองคำกับพวกเครื่องประดับอัญมณีร่วมสิบหีบ เป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้ความกระหายอยากจากความอดยากปลุกสันดานอันแสนชั่วช้าทำให้คนสามารถฆ่าฟันได้อย่างเลือดเย็น ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง หากเป็นคนอื่นที่ให้กำเนิดปีศาจในยามวิกาล เขาก็คงจะติดตามไล่ล่าคนผู้นั่นอย่างสุดกำลังเช่นกัน ผู้ใดบ้างล่ะจะละเลยสวรรค์ที่รออยู่เบื้องหน้า

                "แฮ่กๆๆ....." เสียงหอบเหนื่อยจนเจ้าของแผ่นหลังที่งองุ้มเพราะความเมื่อยล้าจากการวิ่งที่มิได้หยุดพักมาถึงสองคืน ยอนชูทิ้งตัวลงนั่งใต้เงาไม้ใหญ่กลางป่าทึบ เงียบเสียงใดๆรอบกายราวกับตนนั่งอยู่ในเวิ้งฟ้าอันมืดสนิทไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ หาทางข้างหน้าก็ไม่สามารถที่ดวงตาของเขาจะมองเห็น

                ตอนนี้ยอนชูไม่รู้แม้กระทั่งว่าเขาอยู่ที่ใดบนแผ่นดิน รู้แต่เพียงว่าต้องวิ่งไป วิ่งไปข้างหน้าเท่านั้นห้ามหยุดพัก เพราะหยุดพักก็เหมือนกับหยุดลมหายใจตัวเอง ดวงตาขุ่นมัวแม้ฉายแววหวาดกลัวอยู่ตลอดกลับก้มลงมองลูกชายตัวน้อยทั้งสองอย่างอ่อนโยน พลันนึกถึงภรรยาสุดที่รักแล้ว อดที่จะหลั่งน้ำตาเสียไม่ได้

                "ซอนมี... ลูกของเจ้ากับข้าอาจจะเป็นดั่งปีศาจอย่างคำกล่าวหาก็เป็นได้.... ดูซิ... ไม่มีแม้หยาดน้ำนมซักหยด ลูกทั้งสองของเจ้าก็ยังมิส่งเสียงร้องกวนใจข้าซักนิด หลับตาพริ้มอย่างสบายอย่างไม่รู้ร้อนหนาว น่าชื่นใจนัก"  นิ้วหยาบกร้านลูบไล้พวงแก้มแดงระเรืออย่างแผ่วเบา ทารกทั้งสองขยับกายเข้าซุกหาไออุ่น ยอนชูมองบุตรชายที่ช่างเกิดมามีชะตากรรมที่น่าสงสารนัก ต้องหลบหนีเสียตั้งแต่ยังแบเบาะ ได้รับโทษทั้งๆที่ยังไม่ได้กระทำผิดอันใด เพียงแค่เกิดมาในยามค่ำและกายสลักลายที่ดูแล้วช่างลึบลับหากแต่สวยงามยิ่งนัก

                ทารกผู้พี่มีริมฝีปากบางนักได้ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปเหมือนมารดา  ส่วนผู้น้องนั้นได้ริมฝีปากแดงอิ่มปลายจมูกโด่งรั้นเหมือนซอนมีไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้ากลมเล็กน่ารักไม่แพ้คนพี่  ยิ่งมองลูกน้อยก็ยิ่งรันทดกับชีวิตของตนที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อไปในภายภาคหน้า 

                เสียงโห่ร้องก้องในป่าลึกเข้ามาเรื่อยๆ หัวใจของยอนชูไหววูบ ดวงตาตระหนกมองหาที่หลบซ่อน เพราะตอนนี้เรี่ยวแรงนั้นเหือดหายไปเสียสิ้น เขาไม่มีแรงพาลูกน้อยทั้งสองหนีไปไหนได้อีกแล้ว ใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นและเหงื่อไคลเงยขึ้นยังเบื้องบนที่เห็นเพียงความมืดมิด แม้กระทั้งท้องฟ้ายังไม่เปิดให้ทางสว่างแก่พวกเขาสามพ่อลูก นี่เขาคงต้องยอมรับชะตากรรมอย่างจำนนเช่นนั้นหรือ

                เสียงฝีเท้าของหลายชีวิตกับเสียงตะโกนก้องร้องเรียกกบฎผู้ต่ำช้าอย่างเขาชิดใกล้เข้ามาเรื่อยๆในขณะที่เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ณ จุดเดิมเพราะไร้หนทางไปต่อ รู้สึกขาตนหนักอึ้งแม้แรงจะยืนยังแทบไม่มี

                "ซอนมี ข้าขอโทษที่ข้ามิอาจปกป้องลูกของเราไว้ได้ .... ซอนมี ...อีกไม่นานเราพ่อลูกก็จะตามเจ้าไปแล้ว รอข้ากับลูกๆด้วยเถิดนะ" ยอนชูครางเครือเสียงสะอื้นแผ่ว ก้มใบหน้าซุกลงกับผ้าบางผืนเล็กที่คลุมกายน้อยๆของทารกคนน้องไว้

                ฉับพลันไอเย็นบางๆสัมผัสเข้ากับปลายนิ้วของยอนชูที่โอบอุ้มลูกชาย ยอนชูเงยหน้าขึ้นมองฝ่ามือเล็กๆของทารกน้อยที่เกาะกุมปลายนิ้วหยาบกร้านของเขา ดวงตากลมดำขลับแต่กลับสุกใสส่องประกายในความมืดมิดอย่างแจ่มชัดจ้องมองมายังเขา รอบกายของยอนชูเย็นวาบขึ้นทันใด เสียงตะโกนโห่ร้องกับเสียงฟาดฟันกิ่งไม้ใบหญ้าของเหล่าบรรดาผู้ที่ตามล่าเขาหายไป ดวงตาพร่าเลื่อนด้วยหยาดน้ำตากระพริบถี่มองรอบๆกายเหมือนที่กับเวลาถูกสะกดให้หยุดนิ่ง

                "หนึ่งชีวิตแลกได้เพียงหนึ่ง" ราวกับเสียงกรีดร้องแผ่วหวิวมากับไอเย็น ยอนชูสะดุ้งสุดกายมองไปยังม่านหมอกเบื้องหน้า ปรากฎเงาร่างของผู้หนึ่งอยู่อย่างไม่แจ่มชัดนัก แต่หากทำให้ยอนชูรู้สึกกลัวจับขั้วหัวใจ ความหนาวบีบคั้นในอกจนแทบหายใจไม่ออก

                เงาร่างสูงทะมึนที่ยอนชูเห็นในม่านหมอกช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก อ้อมแขนแกร่งโอบรัดลูกทั้งสองไว้แน่นหนาเพื่อปกปิดไอเย็นไม่ให้ต้องผิวกายอันอ่อนบาง ดวงตาหวาดหวั่นจับจ้องเงาร่างนั้นไม่วางตา

                "จะ...เจ้า....เจ้าเป็นใคร!!" น้ำเสียงสั่นพร่าบ่งบอกถึงความประหวั่นของยอนชูตะเบ่งเข้าไปในกลุ่มควันเลือนลาง เจ้าของเงาดำค่อยก้าวย่างออกมา จิตสำนึกของยอนชูบอกกับตนเองว่าเขาผู้นั้นที่ยืนอยู่เบื้องหน้าต้องมิใช่คนธรรมดาเยี่ยงเขาเป็นแน่

                "จะ....เจ้า!" ยอนชูมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเรียวหลบซ่อนอยู่ใต้เงาดำของเสื้อคลุม จากการคาดคะเนดูแล้ววัยน่าจะล่วงเลยเบญจเพศมาไม่เท่าไหร่  และบางอย่างที่สายตาของยอนชูเหลือบไปเห็นนั้นทำเอาชายสูงวัยกว่าเช่นเขาขนลุกชันไปทั่วร่าง ยอนชูค่อยๆถดกายถอยหนี

                รอยริ้วรูปสัตว์แห่งเทพเจ้าในตำนานปรากฎอยู่ตรงผิวกายบนท่อนแขนด้านซ้ายของชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งโผล่พ้นจากอาภรณ์ผืนใหญ่ที่ใช้คลุมกาย ลวดลายเกร็ดของสัตว์โบราณและกงเล็บอันแหลมคมยิ่งกว่าอาวุธใดๆนั้นสะท้อนเด่นชัดท่ามกลางความืดมิด หากมองที่ดวงหน้าเรียวของชายหนุ่มนั้นให้ดีจะเห็นรอยสักสีเดียวกับหมอกประทับอยู่เหนือแก้มตอบได้รูป

                "ยอนชู เจ้าอยากปกป้องทารกนั่นหรือไม่" น้ำเสียงเย็นยะเยือกของผู้ที่เยาว์วัยกว่าแต่หากให้ความรู้สึกที่เหนือกว่าและกดดันอย่างไม่อาจเทียบได้นั้นเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

                "จะ .... เจ้าเป็นใครกันแน่!! ระ...รู้ชื่อข้าได้อย่างไร.... เจ้า...เจ้าเป็น....ปะ...ปีศาจเช่นนั้นหรือ!!" ยอนชูพูดจาตะกุกตะกักด้วยความกลัว

                "แล้วแต่เจ้าจะเห็นเป็นเช่นไร มิจำเป็นที่ข้าจะต้องเสียเวลากับคนชั้นต่ำเช่นเจ้า เพียงบอกข้ามาว่าเจ้าประสงค์ให้เด็กนั่นอยู่รอดหรือม้วยมรณา ข้าสามารถบันดาลให้เจ้าได้" ท่อนแขนแกร่งราวกับนักรบฉกรรณ์เต็มไปด้วยมัดกล้ามชี้ไปยังทารกน้อยทั้งสองที่บัดนี้ลืมตาขึ้นมองผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างมิหวั่นเกรงผิดกับผู้เป็นบิดา

                "จะ...เจ้าช่วยข้าได้งั้นหรือ" ยอนชูเบิกตากว้าง

                "เจ้าอยากให้ลูกเจ้ารอดหรือไม่" น้ำเสียงเรียบนิ่งยังคงเอ่ยเช่นเดิมราวกับไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายถาม

                "ยะ...อยากซิ!! ...อยาก...ชะช่วยลูกข้าด้วยได้โปรด!!" ยอนชูค่อยๆคุกเข่าเข้าไปหาก้มลงแทบเท้า

                "หนึ่งชีวิตแลกได้เพียงหนึ่ง ภรรยาเจ้าแลกไปหนึ่งอีกหนึ่งคือเจ้า" เปลือกตาหนาของยอนชูเบิกกว้างขึ้นทันใดที่สิ้นเสียงอันเยือกเย็นของผู้มาเยือนยามรัตติกาล นัยตาดำเบิกกว้างชะงักงันเมื่อบังเอิญประสานเข้ากับนัยตาที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์สีคล้ำหม่น ราวกับโดนอาวุธมีคมหลายชนิดกรีดแทงเข้าตามผิวกลาย เฉียดเฉือนทั่วผิวหนัง ทะลุกเข้ากลางหัวใจของยอนชู บัดนี้บิดาที่โอบอุ้มทารกทั้งสองไว้ถูกปลิดลมหายใจไปชั่วกาล

                "มนุษย์นี้ช่างโง่เขลา ชีวิตที่แสนวิเศษหาใดเปรียบมาจุติอยู่ต่อหน้ายังคิดทำลาย อีกไม่นานหรอก ข้าจะสอนให้พวกโง่เขลาอย่างมันได้รู้สำนึก" ฝ่ามือหนาเปิดผ้าคลุมศีรษะออก ก้มลงมองหนึ่งในสองทารกที่ล่องลอยอยู่บนกลุ่มหมอกที่ก่อตัวขึ้นโอบล้อมราวกับปุยเมฆ

                "ยูชอน ... ข้ารอคอยเจ้ามาเนิ่นนานนัก ในที่สุดข้าก็จักสมดังปรารถนาเสียที.... เด็กน้อยของข้า" กลุ่มไอเย็นพลันสลาย ชายหนุ่มปริศนาหายไปในพริบตาพร้อมกับชีวิตน้อยๆทั้งสอง เหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจของยอนชูไว้เพียงเดียวดายท่ามกลางป่าทึบ

.

.

.

TBC...

edit @ 26 Aug 2009 09:51:15 by micky o micky

In the shadow of the stars.[1]

posted on 26 Aug 2009 09:01 by mickyomicky  in FIC-In-the-shadow-of-the-stars

FIC : In the shadow of the stars - กำเนิดปีศาจ

chapter 1

Author: micky O micky
Couple: 2U

Summary: แต่งเรื่องนี้เครียดมากๆเลย กว่าจะออกมาได้แต่ล่ะบท ลบแล้วแต่งอีก  จนเครียดจนปวดหัว กว่าตอนแรกนี้จะกลั่นออกมาได้ แต่ว่าพอออกมาแล้วรู้สึกชื่นใจยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก คาดว่านักแต่งหลายๆคนคงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ เวลาที่ลงเรื่องราวออกมาให้ทุกคนได้อ่านกัน  แต่ถึงจะไม่มีใครอ่าน มันก็ชื่นใจอยู่ดี ( ออกแนวบ้ากับตัวเองไปแล้ว พี่ก็เป็นงี้ล่ะ )

บทความดังต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ผู้แต่ง แต่งขึ้นจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาลบหลู่หรือมีส่วนเกี่ยวพันธ์การดำเนินชีวิตหรือก้าวก่ายชีวิตจริงของผู้ที่ถูกอ้างอิงในเรื่องแต่อย่างใด หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

*

*

*

 

ปีคริสตศักราช 264.......

 

 

 

หากเพียงมือท่านกอบกุมมือข้าไว้

 

 

 

กายท่านแนบกายข้า

 

 

 

ใจท่านผสานท่วงทำนองเดียวกับใจข้า

 

 

 

ต่อให้ต้องแตกสลายกลายเป็นผงธุรี

 

 

 

หากแต่เถ้าธุรีนี้ท่านจักย่ำเหยียบ.......

 

 

 

ชั่วกัลป์

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

ก่อนคริสตศักราช 264 .......

 

มนุษย์แบ่งแยกฐานันดรตนออกเป็นสามฝ่าย

 

หนึ่งผู้ที่ถือกำเนิดเกิดอย่างธรรมดา เป็นเพียงมนุษย์หาได้มีสิ่งใดพิเศษสรร หากมิใช่ทาสก็จักเพียงไพร่ อยู่ใต้เบื้องบัญชารับใช้ผู้สูงศักดิ์

 

สองถือกำเนิดใต้แสงอันแรงกล้าแห่งดวงตะวัน ยามเมื่ออาทิตย์เจิดจรัสเหนือขอบฟ้า หากกายสลักลายลักษณ์จากเบื้องบน นั้นถือว่าเป็นดั่งเทพผู้ประเสริฐ อยู่ในจุดเหนือมนุษย์สามัญ พร้อมพลังอันแกร่งกล้าประดุจเจ้าเหนือหัว ฐานันดรสูงศักดิ์

 

สามผู้ลืมตายามย่ำรัตติกาลใต้แสงจันทราริบหรี่  ลายลักษร์สลักเงาหม่น กำเนิดความมืดมนใต้เงามืด ผู้ถูกกล่าวขานว่าปีศาจ พรั่งพร้อมพลังแต่หาใช่เทพ มีเนื้อหนังแต่หาใช่มนุษย์ แฝงตัวอยู่ในความมืดมิด

 

 

.

.

.

.

 

        การให้กำเนิดชีวิตใหม่หาใช่เรื่องน่ายินดีเสมอไป  สำหรับพวกเขาแล้ว ชาวนาธรรมดาในชนชั้นไพร่ ถ้าเป็นไปได้พวกเขาจะหลีกเลี่ยงการให้กำเนินบุตรในยามนี้ ยามที่นภากว้างปกคลุมด้วยความมืดมิดแห่งราตรีกาล  ปาร์ค ยอนชู กำลังคร่ำเครียด สาระวนเดินไปมาอยู่ด้านหน้าเพิงกระท่อมหลังเล็กกลางท้องทุ่งสีทองกระจ่างท่ามกลางความมืดมิด

                ในจิตร่ำพรรณาวิงวอนพระผู้เป็นเจ้าให้เมตตาต่อเพลาให้แก่ชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิด  อีกเพียงแค่สองชั่วยามแสงตะวันก็จะปรากฏฉายส่องเหนือท้องทุ่งแห่งนี้ หากว่าหญิงผู้เป็นดั่งชีวิตจะสามารถกลั้นเพียงชั่วอึดใจ

                "ซอนมี !! เจ้าอดทนเข้าไว้นะซอนมี!!"  ครอบครัวเล็กๆของเขาที่มีเพียงเขากับภรรยาสุดที่รัก ซอนมี ลำพังนั้นก็แสนลำบากพอแล้ว ความผูกพันอันลึกซึ้งทำให้พวกเขาทั้งคู่เผชิญความยากลำบากนั้นมาด้วยความรัก หากแต่ความรักของเขาทั้งคู่กำลังสร้างน่าอัปยศ ความเปรมปรียามแรกที่ยอนชูรู้ว่าภรรยาของเขานั้นกำลังจะให้กำเนิดทายาทแสนน่ารักนั้นราวกับเป็นเรื่องโกหก

                เพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม กษัตริย์ออกกฎหมายควบคุมการกำเนิดบุตรให้อยู่ในการควบคุมของผู้ครองนคร ออกเยี่ยมเยือนทุกหลังคาเรือนที่ภรรยาตั้งครรถ์และใกล้กำหนดคลอดจนกว่าทารกจะถือกำเนิด หากเกิดมาในยามอาทิตย์ส่องแสงหรือยามอับแสงแต่มิได้มีลายลักษณ์ประจักแก่สายตา ผู้นั้นจะถูกกำหนดฐานะไพร่ หากแต่สัญลักษณ์เบื้องบนปรากฎ ทารกจะถูกจับแยก มีศักดิ์สูงเสียตั้งแต่ยังมิได้ลืมตา ถูกนำพามาเลี้ยงดูในราชวังราวกับบุตรของกษัตริย์เสียเอง แต่หากกำเนิดในยามค่ำคืนซ้ำยังมีลวดลายฉายชัด ทารกนั้นจะถูกประหารเสียตั้งแต่ยังมิได้ส่งเสียงร้อง ส่วนผู้เป็นพ่อกับแม่นั้นจะถือว่ากระทำผิดโดยการให้กำเนิดปีศาจ

                ยามนี้ ยอนชู รู้สึกไม่อยากจะให้ชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิด เพราะหากเด็กกำเนิดมาพร้อมตราบาปประทับอยู่บนเรือนร่างน้อยๆ พวกเขาทั้งคู่จะโดนโทษประหารชีวิต ถูกทรมานเยี่ยงกบฏ ทั้งยังถูกสาปแช่งจากผู้คนที่ต่างมองมาด้วยสายตารังเกียจ ขยะแขยงปะปนกับความหวาดกลัว

                มือหยาบกร้านประสานกันไว้มั่นแนบอกที่เต้นระทึกราวกับหัวใจจะปะทุออกมาด้านนอก ดวงตาเขม่งเครียดไปยังเหล่าทหารที่ยืนถือหอกและมีดดาบอยู่หน้าเพิงเล็กเป็นดังบ้าน เสียงร้องโอดครวญของซอนมีภรรยารักดังโหยหวนสะท้อนก้องในความมืดมิดราวกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของนางแม่มด

                "ได้โปรดเถิดพระผู้เป็นเจ้า ช่วยให้ภรรยาข้าทนได้อีกซักนิดเถิด เห็นแก่ข้าและภรรยา และทารกที่กำลังจะลืมตา ได้โปรด อย่าให้เขามีชีวิตท่ามกลางความมืดมิดเลยท่าน" ยอนชูคุกเข่าอ้อนวอนต่อผืนฟ้า โดยหารู้ไม่ว่าผืนฟ้าที่เขาร้องขอนั้นมิได้กระจ่างใส แล้วเหตุใดเบื้องบนจะเมตตา

                ทว่าคำวิงวอนของผู้เป็นบิดาที่เต็มไปด้วยความหวานกลัวนั้นถูกเมินเฉย หลังสิ้นคำร้องขอเสียงร้องเล็กๆของทารกแรกเกิดกลับดังก้องสะท้อนทั่ว ใบหน้าคล้ำแต่งแต้มด้วยริ้วรอยตามวัยซีดเผือด มือหยาบที่ประสานกันไว้ค่อยๆคลายออก ยอนชูวิ่งฝ่าทหารสองนายที่กำลังก้าวเข้าไปให้เพิงหลังเล็กที่มีเพียงภรรยาของเขากับคนทำคลอดเท่านั้น

                "ปะ....ปะ......ปีศาจ!!~" เสียงของหญิงชราที่ช่วยมาทำคลอดให้กับซอนมีร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว เปลือกตาเหี่ยวย่นเบิกโพรงราวกับเห็นเรื่องน่าสยดสยอง พอตั้งสติได้หญิงชราก็รีบออกไปจากที่อันอัปยศอย่างรวดเร็ว

                "ไม่....ฮึก.....ลูกข้าไม่ใช่ปีศาจ" เสียงอ่อนแรงของผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นอย่างสั่นพร่า นิ้วเรียวสั่นไหวโอบอุ้มเด็กทารกเพศชายเนื้อตัวแดงก่ำ ประคองเข้าในอ้อมกอด บรรจงเช็ดคคราบไคลที่ติดอยู่ตามผิวเนื้อนุ่มอย่างอ่อนโยน ดวงตาเรียวเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำใส

                "ซอนมี!! เจ้า!" ยอนชูค่อยๆทิ้งกายลงข้างหญิงสาวที่รัก มือหยาบกร้านประคองบุตรชายตัวน้อยอีกหนึ่งขึ้นมาโอบอุ้ม

                "ท่านพี่....ข้า...... พวกเขาไม่ใช่ปีศาจใช่ไหมท่าน" หยาดน้ำใสรินหลั่งอาบสองข้างแก้ม ยอนชูส่ายหัวน้อยๆ ดวงตาพร่ามัวมองตามรอยลักษณ์บนเนื้อตัวของบุตรชายตัวน้อยทั้งสอง

                "ส่งเด็กทั้งสองให้แก่เรา ท่านทั้งสองต้องโทษกบฎนับแต่บัดนี้!!" ทหารสองนายจ่อปลายดาบและปลายหอกมายังสองสามีภรรยา ซอนมีส่ายศีรษะน้อยๆมองหน้าผู้เป็นสามี

                "อย่าให้มากเรื่อง เจ้าทั้งสองต้องโทษที่ให้กำเนิดสองปีศาจ" แววตาเข้มเพ่งมองไปยังทารกน้อยทั้งสอง ฉับพลันนั้นยอนชูคว้าทารกอีกหนึ่งที่อยู่ในอ้อมกอดของซอนมีขึ้นแล้วพุ่งทยานชนผนังเพิงด้านหลังหนีออกไปโดยทิ้งภรรยาไว้เบื้องหลัง

                "ข้าวิงวอนต่อทุกสิ่ง ช่วยรับฟังคำร้องขอสุดท้ายก่อนที่ข้าจะมอบลมหายใจนี้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน  เพียงบุตรชายทั้งสองของข้ารอดพ้นจากเงื้อมมือผู้ที่เรียกตนว่าเทพผู้สูงส่งแต่หากกลับต้องการชีวิตเล็กๆอันแสนบริสุทธิ์ ข้ายินยอมมอบลมหายใจนี้แด่ท่าน ได้โปรด.... ได้.." ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อไป ดวงตาเรียวกลับค่อยๆปิดลงช้าๆ หยาดเลือดสดไหลทะลักจากบาดแผลที่ต้นคอขาว หากแต่แขนเรียวยังอยู่เหนือแผ่นอก นิ้วเรียวจากสองมือประสานแน่น

 

ลมหายใจนี้เป็นของท่าน....

 

ปกป้องลูกชายข้า.....

.

.

.

.

.

.

 

TBC......

 

 

เครียดมากจริงๆ เลยกว่าจะแต่งตอนแรกออกมาได้ บอกได้เลยว่าตอนแรกนี้แต่งแล้วแต่งอีก แก้ไขซ้ำแล็วซ้ำอีกกว่ายี่สิบรอบ กว่าเรื่องราวจะออกมาได้ ... อืม .... แค่นี้ .... ใช่ไหม?  ตรงความรู้สึกของน้องๆหรือเปล่า  ว่า แค่นี้เองหรอ!!~

 

แต่แค่นี้ล่ะค่ะ ที่ทำเอาพี่นอนแทบไม่หลับ ถึงหลับก็ยังฝันถึงเนื้อเรื่องที่จะแต่งอีก เรียกว่าสมองแทบไม่ได้พักผ่อน อืม.... ยากจริงๆนะ การที่จะกลั่นกรองความคิดออกมาให้ทุกคนได้เข้าใจความเป็นไปและที่มาของทุกตัวละครและเนื้อเรื่อง

 

อาจจะยังแต่งเรื่องแนวนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ ยังไงซะก็ ขออภัย ด้วยนะคะ พี่จะพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ ยังไงก็ฝาก fic แนวแฟนตาซีนี้ไว้ในใจน้องๆอีกเรื่องหนึ่งแล้วกัน นะคะ  ติชมได้ตามความพอใจเลยค่ะ

ทุกข้อความล้วนเป็นกำลังใจ และ เป็นเสมือนคำแนะนะที่มีคุณค่าค่ะ .. love ๆๆ

 

edit @ 26 Aug 2009 09:30:45 by micky o micky

In the shadow of the stars.[Intro]

posted on 26 Aug 2009 08:29 by mickyomicky  in FIC-In-the-shadow-of-the-stars
Picfic

 

FIC : In the shadow of the stars – Intro

Author: micky o micky
Couple: 2U  
            

อาจจะยังใช้ภาษาได้ไม่ดีเพราะว่าไม่ถนัดเขียนเรื่องดราม่าผสมแฟนตาซีเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามค่ะ เพราะอยากจะแต่งอะไรที่มันแปลกใหม่ สร้างความกดดันและท้าทายดี แต่ที่สำคัญเพราะว่าเป็นทูยูด้วยล่ะนะ ถึงได้ทำให้อยากพยายามทำอะไรที่ไม่ถนัดแบบนี้ ยังไงก็ฝาก fic เรื่องนี้ด้วยนะคะ

*

*

*

เหตุไฉนทุกคนถึงได้เอ่ยกับข้าว่าดวงเนตรของท่านผู้นั้นถึงได้ดูน่าเกรงขามและเยือกเย็นประดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันทลาย เมื่อใดหากถูกนัยตาสีหมอกของท่านผู้นั้นจับจ้อง...เมื่อนั้น....ราวกับต้องมนต์สะกดนำพาจิตวิญญาณล่องลอยจากร่างเนื้อ เสมือนว่าถูกดูดกลืนเอาชีวิตทั้งๆที่ยังมีลมหายใจ มวลอากาศรอบกายอัดแน่นจนรู้สึกอึดอัด ไม่สามารถขยับกายได้อย่างใจ ลำแสงสว่างค่อยๆเลือนหาย รัตติกาลคลืบคลานเข้าแทนที่ ความหนาวเย็นราวกับถูกฝังกายลงในผืนหิมะที่ไม่มีวันละลาย เสียดแทงจนเจ็บปวดไปทุกอณูของร่างกายจนแทบอยากจบชีวิต....

ากแต่ตัวข้านั้นเห็นต่าง ....

วงเนตรของท่านผู้นั้นช่างอบอุ่นราวกับไอละมุนนุ่มโอบล้อมกายข้าอย่างที่ข้ามิอาจสัมผัสได้จากที่แห่งใด รัตติกาลรอบกายเปรียบเสมือนวงแขนอันกว้างใหญ่โอบอุ้มชีวาข้า ความหนาวเย็นที่มิมีวันละลายเสมือนหยาดเลือดหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของข้าให้คงอยู่ สำหรับข้าแล้ว ท่านผู้นั้นเป็นดั่งชีวิตอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง หากกายและจิตวิญญาณของข้าเป็นที่ต้องการของท่านผู้นั้นจักเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ดวงใจข้ามอบให้แด่ท่านผู้นั้นนับตั้งแต่คราแรกที่ดวงเนตรสีหมอกนั้นลดลงมายังสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยเยี่ยงข้า 

*

*

*

ากท่านเรียกความเสน่หานั้นว่าความรัก หากท่านว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แล้วความสวยงามของท่านใยเล่าต้องหลบซ่อน หากท่านมิอาจตอบข้าได้ ข้าจักตอบแทนท่าน.....ความสวยงามที่ท่านรำพันถึงนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา….มิอาจจับต้องได้จริงอย่างที่ท่านว่า ความลับไม่มีเรื่องใดสวยงาม ….เพราะหากสวยงามแล้วมันจักไม่ใช่ความลับ            

หากเจ้าว่าความลับไม่มีสิ่งใดสวยงาม แล้วความลับในใจข้าใยจึงเบ่งบานหวานล้ำราวกับกลีบพฤกษายามแรกรับหยาดน้ำค้างเล่า แล้วเจ้าจักให้ข้าคิดว่าความรักในใจข้านั้นมิได้สวยงามเช่นนั้นหรือ

 

 

edit @ 26 Aug 2009 08:57:54 by micky o micky